ศัลยกรรมแปลงเพศ ชายเป็นหญิง

ศัลยกรรมแปลงเพศ ชายเป็นหญิง

ศัลยกรรมแปลงเพศ ชายเป็นหญิง

ศัลยกรรมเการแปลงเพศจาก ชายเป็นหญิง แบบปกติ

(Penile Skin Inversion/Scrotal Skin Graft)

โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของ PAI เพื่อสอบถามราคา

ค่ารักษา และบริการจาก PAI (รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว)

ค่าผ่าตัด

-         ค่าแพทย์

-         ค่าปรึกษาแพทย์

-         ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และค่ายา

-         ค่าดูแลก่อนและหลังผ่าตัด

-         ค่าห้องพักของโรงพยาบาล

การดูแลหลังผ่าตัดรวม

-         ยาและเวชภัณฑ์

-         การตรวจติดตามผลหลังผ่าตัด

-         ห้องพักของโรงพยาบาล

ข้อควรรู้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ

การผ่าตัดแปลงเพศจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญอย่างสูงของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยจากการทำงานอันยาวนานกว่า 30 ปีและเป็นที่ยอมรับทั้งจากในประเทศและนานาชาติในการผ่าตัดแปลงเพศผู้ป่วยจากทั่วโลก (จากชายเป็นหญิงประมาณ 3300 ราย และจากหญิงเป็นชายประมาณ 280 ราย) ของนายแพทย์ปรีชา เตียวตรานนท์ รวมไปถึงการเป็นผู้ฝึกหัดศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดแปลงเพศทั้งหมดของประเทศไทย เป็นสิ่งยืนยันความเป็นมืออาชีพของทีมศัลยแพทย์ของ PAI

ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และจะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองหากมีอายุต่ำกว่า 20 ปี

การเลือกว่าเทคนิคไหนเหมาะสม  คนไข้สามารถตัดสินใจโดย  1. ถ้าขนาดของอวัยวะเพศของเราปัจจุบันเวลาแข็งตัวยาวน้อยกว่า 6 นิ้ว คำตอบคือ คุณน่าจะเลือกการทำแบบต่อลำไส้ เพราะว่าสามารถเพิ่มขนาดความลึกของอวัยวะเพศหลังแปลงแล้วถึง 7-8นิ้ว ซึ้งเหมาะกับการมีเพศสัมพันธ์กับคู่ที่มีอวัยวะเพศที่ยาวกว่า 6 นิ้วขึ้นไป  2. การทำโดยต่อลำไส้จะสามารถมีน้ำหล่อลื่นเองระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์การหล่อลื่นช่วย ส่วนการทำแบบธรรมดา เหมาะกับคนไข้ที่มีขนาดอวัยวะเพศเดิมยาว (เวลาแข็งตัว) มากกว่า 6 นิ้ว

โดยสรุป

1. การแปลงเพศแบบธรรมดา หรือเรียกว่า Penile Skin Inversion and/or Scrotal Skin Graft (self- lubricate with organism) แบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีความยาวตามขนาดก่อนแปลง  ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าเรามีความยาวก่อนแปลง เวลาแข็งตัวประมาณ 5-6 นิ้ว  หลังทำการแปลงเพศ ความลึกของช่องคลอดของเราจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 นิ้วเช่นกัน

2. การแปลงเพศแบบใช่ลำไส้ หรือเรียกว่า Sigmoid Colon (lubricate with organism)  แบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีความสั้นตามขนาดก่อนแปลง แต่ต้องการเพิ่มความลึกให้กับช่องคลอด  ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าเรามีความแข็งตัวก่อนแปลง เวลาแข็งตัวประมาณ 1-4 นิ้ว หรือน้อยกว่านี้  หลังทำการแปลงเพศโดยการทำแบบลำไส้ ความลึกของช่องคลอดของเราจะอยู่ที่ประมาณ 6 นิ้ว ขึ้นไป

สำหรับจุดกระสันต์

ปกติเทคนิคเดิมที่ใช่กับคนไทย จะมีจุดกระสันต์ทั้งหมด 3 จุด

จุดที่ หนึ่ง  ที่ ปลายอวัยวะเพศชาย ที่นำมาทำ Clitoris จุดนี้จะอยู่ด้านบนของอวัยวะเพศหญิง

จุดที่ สอง ที่เส้นปัสสาวะ

จุดที่ สามคือ ต่อมลูกหมาก

เทคนิคใหม่ที่ทางเราคิดค้น มีทั้งหมดอย่างน้อย 5 จุดหลัก เเต่ละจุดจะมีความรู้สึกถ่ายทอดกันทุกจุด

จุดที่ หนึ่ง  ที่ ปลายอวัยวะเพศชาย ที่นำมาทำ Clitoris จุดนี้จะอยู่ด้านบนของอวัยวะเพศหญิง

จุดที่ สอง ที่เส้นปัสสาวะ จะนำมาไว้กับช่องคลอด

จุดที่ สามคือ ต่อมลูกหมาก จะอยู่ข้างใน

จุดที่ สี่ คือ รอบนอก จะวางจุดกระสันต์เพื่อเกิดความรู้สึก เเบบ Sensitive

จุดที่ห้า คือ รอบนอก เเละระหว่างทางเข้าของช่องคลอด

ทั้งห้าจุดนี้จึงทำให้เกิดจุดกระสันต์มากกว่าเเบบปกติ

การใช้ฮอร์โมนก่อนการแปลงเพศ

โดยทั่วไปแล้วก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศ จิตแพทย์จะต้องทำการทดสอบคนไข้ก่อนว่าพร้อมที่จะใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงหรือไม่ โดยการใช้ฮอร์โมนหรือการแต่งตัวเป็นผู้หญิงร่วมอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการผ่าตัด เป็นต้น ฮอร์โมนเพศหญิงที่จะให้กับคนไข้ได้แก่ เอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรนโดยจะให้เป็น 2 เท่าของผู้หญิงทั่วไป ในขณะเดียวกันก็จะให้ยากดฮอร์โมนเพศชาย เพื่อช่วยให้รูปลักษณ์ความเป็นชายลดลงและเพื่อช่วยลดอารมณ์ทางเพศ การกดฮอร์โมนเพศชายนี้จะต้องทำอย่างต่ำ 2 ปี อย่างไรก็ตามคนไข้จะต้องตระหนักถึงผลของการใช้ฮอร์โมนในระยะยาว ได้แก่มีโอกาสที่เส้นเลือดดำจะอุดตัน หรือเป็นมะเร็งเต้านม ดังนั้นการใช้ฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่งครัด

เกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง

ขั้นตอนสำคัญของการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงคือการสร้างช่องคลอดซึ่งมีทำอยู่ 3 วิธีด้วยกัน

1. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศมากกว่า 6 นิ้ว

2. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศระหว่าง 2 ถึง 6 นิ้ว

3. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศต่ำกว่า 2 นิ้ว หรือในกรณีที่คนไข้ต้องการให้ช่องคลอดมีความลึกมากกว่า 8 นิ้ว

ข้อดีของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายคือภาวะแทรกซ้อนต่ำ ไม่มีแผลเป็นให้เห็นภายนอก ซึ่งแตกต่างจากการสร้างช่องคลอดโดยใช้ลำไส้ใหญ่ร่วมที่นอกจากจะมีแผลเป็นให้เห็นแล้ว ยังราคาสูงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้สูงกว่า เช่น ลำไส้รั่ว อย่างไรก็ตามการผ่าตัดโดยใช้ลำไส้ใหญ่ร่วมมีข้อดีกว่าการใช้เฉพาะผิวหนังจากอวัยวะเพศชายคือ ช่องคลอดที่ได้มีความยืดหยุ่นกว่า มีเมือก  ผิวสัมผัสเรียบ ไม่หยาบ และไม่มีขน โดยก่อนผ่าตัดคนไข้จะต้องเข้ารับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการโดยละเอียด เพื่อพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคนไข้มากที่สุด

วิธีการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่

การผ่าตัดแบ่งเป็น 9 ขั้นตอนด้วยกันคือ

1. ทำช่องระหว่างอัณฑะและทวาร เพื่อสร้างเป็นรูเปิดช่องคลอด ความลึกของช่องคลอดที่ได้จะประมาณ 4 ถึง 8 นิ้ว (ผู้หญิงทั่วไปมีช่องคลอดลึกประมาณ 4 นิ้วครึ่ง)

2. ตัดเปิดถุงอัณฑะ และตัดอัณฑะทิ้ง

3. ตัดเปิดผิวหนังอวัยวะเพศชายตามแนวยาวโดยยังคงเก็บส่วนผิวหนังของหัวองคชาติที่ห่อหุ้มเส้นประสาทไว้

4. แยกและเก็บเฉพาะท่อปัสสาวะจากแกนกลางอวัยวะเพศชายเพื่อนำมาทำเป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสและรูปัสสาวะ (floor of vulva)

5. ตัดเปิดผิวหนังส่วนหัวและท้ายของหัวองคชาติที่เก็บไว้ในขั้นตอนที่ 3 โดยเก็บแค่ส่วนผิวหนังตรงกลาง ผิวหนังส่วนนี้ต่อมาจะถูกนำมาทำเป็นคลิโตริสของอวัยวะเพศหญิง

6. นำลำไส้ใหญ่ประมาณ 15 ถึง 20 เซนติเมตรมาต่อกับผิวหนังของอวัยวะเพศชายจากขั้นตอนที่ 3 เพื่อบุเป็นผิวช่องคลอด

7. สร้างคลิโตริส (clitoroplasty) จากผิวหนังอวัยวะเพศชายที่เก็บไว้ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 5 คลิโตริสใหม่ที่ได้นี้ยังคงมีเส้นประสาทครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้นคนไข้จะยังคงรับความรู้สึกได้เหมือนเดิมเมื่อมีเพศสัมพันธ์

8. จัดวางท่อปัสสาวะจากขั้นตอนที่ 4 ให้เป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสและรูปัสสาวะ ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ได้อวัยวะเพศหญิงที่เหมือนจริง เป็นสีชมพูทั้งหมด สวยงาม วิธีการนี้แตกต่างจากที่ทำกันในต่างประเทศที่จะใช้ผิวหนังมาทำแทน ทำให้อวัยวะเพศหญิงที่ได้มีสีหมองคล้ำ ไม่สวยงาม

9. ปรับแต่งรูปร่างอวัยวะเพศหญิงให้สวยงามทั้งแคมในและแคมนอกจากผิวอวัยวะเพศชายและถุงหุ้มอัณฑะ

ผลลัพธ์

ด้วยวิธีการวางท่อปัสสาวะให้เป็นผิวเชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสกับรูปัสสาวะ จะทำให้คนไข้มีอวัยวะเพศหญิงเป็นสีชมพูโดยตลอด ซึ่งแตกต่างจากวิธีการที่ต่างประเทศทำกันที่สุดท้ายแล้วอวัยวะเพศหญิงที่ได้จะมีสีหมองคล้ำ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้จะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดอย่างสูง เนื่องจากท่อปัสสาวะที่ใช้มีโอกาสหดตัว ทำให้ตำแหน่งของรูปัสสาวะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งเมื่อเวลาผ่านไป  นอกจากคนไข้จะได้อวัยวะเพศหญิงที่มีสีสันต์ รูปร่างสวยงามและเหมือนจริงแล้ว คลิโตริสที่ทำขึ้นมาใหม่ยังมีเส้นประสาทครบถ้วน ทำให้สามารถรับความรู้สึกได้ปกติเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ระยะเวลาการผ่าตัด

2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนที่คนไข้มีโอกาสพบคือ มีอาการติดเชื้อ ฝีเย็บในช่องคลอดที่สร้างไว้แตก ช่องคลอดหดตัวและตื้นขึ้นเนื่องจากเกิดการดึงรั้งของบาดแผล อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนเหล่าสามารถลดลงได้จากการที่คนไข้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัดร่วมกับความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

เนื่องจากคนไข้จะต้องใส่ท่อสวนปัสสาวะ จึงอาจจะทำให้รูเปิดท่อปัสสาวะบวมและปัสสาวะไม่ออกในช่วงแรกภายหลังจากถอดท่อสวนออกแล้ว อาการเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปและจะหายไปเองเมื่ออาการบวมลดลง นอกจากนี้แล้วคนไข้อาจจะประสบปัญหาเลือดออกในช่วงแรกแต่อาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วประมาณ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

การรักษาพยาบาล

ศัลยแพทย์จะสอดท่อสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการตีบของท่อที่ทำขึ้นมาใหม่และเพื่อให้คนไข้ปัสสาวะได้สะดวกไม่กระทบกระเทือนต่อบาดแผล นอกจากนี้แล้วแพทย์จะสอดผ้าก๊อซเข้าช่องคลอดในระยะแรกเพื่อซับเลือดและป้องกันการหดตัวของช่องคลอดจากการดึงรั้งของบาดแผลที่เริ่มประสานกัน คนไข้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการดูแลบาดแผลและช่องคลอดใหม่  โดยไหมจะถูกถอดภายใน 7 ถึง 10 วันหลังผ่าตัด

ระยะเวลาพักฟื้น

คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นโดยประมาณ 4 ถึง 6 อาทิตย์จึงกลับไปทำงานได้ตามปกติ

ระยะเวลาพักรักษาในโรงพยาบาลหลังผ่าตัด

คนไข้จะต้องนอนที่โรงพยาบาล 5 คืนเพื่อดูผลการผ่าตัด และตรวจร่างกาย

การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนผ่าตัด

สามารถเลือกใช้ได้ทั้งการวางยาสลบหรือการบล็อกหลังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์

การดูแลบาดแผล

ภายหลังจากที่ศัลยแพทย์นำผ้าก๊อซออกจากช่องคลอดแล้ว คนไข้จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการสอดเครื่องช่วยขยายช่องคลอดอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสที่ช่องคลอดจะหดตัวจากบาดแผลที่เริ่มประสานกัน ทำให้ช่องคลอดมีความลึกตามต้องการ ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายนอก คนไข้จะได้รับสบู่ผสมยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดบาดแผลขณะอาบน้ำ ให้กดบาดแผลไว้ประมาณ 15 นาทีหากมีเลือดออกแล้วจึงใส่เบตาดีน ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายในช่องคลอด คนไข้จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1 ลิตร ผสมกับเบตาดีน 5 ถึง 10 ซีซี แล้วปล่อยน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าช่องคลอดตามวิธีการที่แพทย์แนะนำ คนไข้จะต้องใส่ผ้าอนามัยโดยเปลี่ยนวันละ 2 ถึง 3 ครั้งเนื่องจากอาจจะยังมีอาการเลือดออกอยู่ในช่วง 1 อาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด โดยหลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 1 เดือนคนไข้จะต้องทาครีมผสมน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วภายในช่องคลอดเพื่อให้เกิดความนุ่ม ไม่หยาบกระด้าง บาดแผลภายในจะเริ่มหายดีหลังการผ่าตัดไปแล้วประมาณ 6 เดือน ในส่วนของการรับประทานฮอร์โมนเพศหญิง คนไข้สามารถกลับไปรับประทานได้หลังผ่าตัดไปแล้วประมาณ 2 เดือน อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะต้องมีการปรับขนาดของฮอร์โมนหลังผ่าตัด คนไข้จึงต้องเข้ารับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ

การเตรียมตัว

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

เนื่องจาก PAI เป็นสถาบันที่เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมพลาสติกและการแปลงเพศที่มีความเป็นสากลและตระหนักถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์เป็นอย่างสูง คนไข้จึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ HBIGDA (the Harry Benjamin International Gender Dysphoria Association, Inc.) ตามมาตรฐานสากลก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ ได้แก่

1. คนไข้จะต้องมีจดหมายรับรองจากนักบำบัดจิต หรือจิตแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์ทั่วไป

2. งดรับประทานหรือฉีดฮอร์โมนก่อนผ่าตัด 2 หรือ 4 อาทิตย์ตามลำดับ เพื่อลดโอกาสเส้นเลือดดำอุดตัน อย่างไรก็ตามการงดฮอร์โมนนี้จะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่งครัด

3. ตรวจร่างกายโดยละเอียด 3 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ โดยคนไข้จะต้องผ่านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ตรวจเม็ดเลือด HIV เกลือแร่ น้ำตาล การทำงานของตับและไต ตรวจปัสสาวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วคนไข้จะต้อง

1. แจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัดหากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า

2. งดแอสไพริน (aspirin) ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

3. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

สำหรับคนไข้ที่ติดเชื้อ HIV สามารถเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศได้ แต่จะต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย 30 % จากปกติเนื่องจากจะต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์เป็นส่วนตัว

การนัดผ่าตัด

โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของ PAI เพื่อสอบถามราคาและกรอกแบบฟอร์มขอเข้าปรึกษาหรือรับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาก่อน consult@pai.co.th หรือโทรศัพท์ (662) 715-0111

สรุปแผนการผ่าตัด

1. ทำการนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาเป็นการส่วนตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้เข้าใจถึงวิธีการ ผลลัพธ์ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

2. การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง

3. พักรักษาตัวเพื่อดูอาการในโรงพยาบาลเป็นเวลา 5 วัน

การนัดผ่าตัด

โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของ PAI เพื่อสอบถามราคาและกรอกแบบฟอร์มเข้าปรึกษาหรือรับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะทำหารนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาก่อน  consult@pai.co.th

หรือ โทรศัพท์ 02-715-0111)

News & Updated

Lecture symposium @ University of Zurich hospital
Lecture symposium @ University of Zurich hospital

Lecture symposium. University of Zurich Hospital Surgery Department. Performing  Facial Feminization Surgery with U of Zurich hospital Plastic surgery Department team and Speaker for Sex Reassignment Surgery with 40 years experience. Date: April 2016.       

Geschlechtsangleichung in Thailand
Geschlechtsangleichung in Thailand

Ein Faktor gelungener Operation ist die Erregbarkeit Eine Operation gilt als gelungen, wenn sie drei Dinge erreicht: ausreichende Tiefe, gerne auch Feuchtigkeit für die sexuelle Funktion; Erregbarkeit für das Lustempfinden; und ein gutes optisches Erscheinungsbild. “Wenn sie sehr jung sind, wollen sie alles: Erregung, gutes Aussehen, und die Tiefe für die sexuelle Funktion. Je älter […]

the best gender reassignment surgeon in Asia
the best gender reassignment surgeon in Asia

VANITY FAIR Italy Magazine Dear Dr.Preecha, Preecha Aesthetic Institute Milan, the 9th of February 2016 We are working on a story about how Bangkok became a global gender change destination and while researching the story we realized that you, sir, with your pioneer work, are on of the main protagonists of this story. So it […]

How Thailand Became a Global Gender-Change Destination
How Thailand Became a Global Gender-Change Destination

October 27, 2015 By: Jason Gale (Bloomberg) Preecha, who performed Thailand’s first gender surgery in 1975, attributes the country’s popularity for the procedure to three things: “No. 1, it’s very cheap in Thailand,” he says. “No. 2, good result, and No. 3, good hospitality — they can have a side trip for tourism.” Read full […]

View all updates

TESTIMONIALS

View all testimonials

Saskia ( Italian ) OR date: 24th Apr 2019 After years of worries and expectations, I am glad to finally have this surgery behind me. And I’m also glad to say that I’ve been having way too many worries in the past, my experience at PAI Preecha Aesthetic Institute has been amazing, so many nice […]